สุขภาพที่ดีเริ่มต้นที่น้ำดื่มสะอาด
ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับข้อเสนอ
เครื่องกรองน้ำสุดพิเศษ!

อย่าเอาสุขภาพของคุณมาเสี่ยงกับไส้กรองที่หมดอายุ

หลายบ้านมีเครื่องกรองน้ำ แต่กลับไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนไส้กรอง บางคนรอให้น้ำเริ่มมีกลิ่นก่อน หรือบางคนแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเปลี่ยนไส้กรองน้ำครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ทั้งที่จริงแล้วปัญหาส่วนใหญ่มักเริ่มก่อนที่เราจะสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า 

 

ทำไมไส้กรองต้องเปลี่ยนตามเวลา 

หน้าที่ของไส้กรองคือการดักจับสิ่งสกปรก สารปนเปื้อน รวมถึงกลิ่นและตะกอนต่าง ๆ ในน้ำ แต่เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ สิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ว่ามานี้จะสะสมอยู่ภายในไส้กรองจนเริ่มส่งผลต่อประสิทธิภาพการกรอง หากลองปล่อยให้ใช้งานนานเกินอายุการใช้งาน อาจเกิดปัญหาหลัก ๆ ได้คือ ประสิทธิภาพในการกรองลดลง และไส้กรองจากที่เคยกรองสิ่งสกปรกออกอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียที่ปะปนไปกับน้ำดื่มแทน ทำให้น้ำที่คิดว่าจะสะอาด อาจไม่ได้สะอาดแบบที่ควรจะเป็น 

ไส้กรองหมดอายุ น้ำยังดูใส แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย

แม้น้ำจะยังดูใสและไร้กลิ่น แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำยังสะอาดเหมือนเดิม หากปล่อยให้ไส้กรองใช้งานเกินอายุ อาจเกิดการสะสมของสิ่งสกปรกที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและส่งผลต่อคุณภาพน้ำ การดื่มน้ำที่ไม่สะอาดอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

โดยในระยะสั้นมักเกิดจากการได้รับเชื้อโรคหรือจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนในน้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ หรืออ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนในระยะยาวอาจเกิดจากการสะสมของสารเคมีที่ตกค้างในน้ำ ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายและสะสมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานจนส่งผลต่อการทำงานของตับ ไต และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังบางประเภทได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นกลุ่มที่ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคได้ยากกว่าคนทั่วไป จึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำดื่มมากเป็นพิเศษ 

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรองแล้ว 

สัญญาณที่สังเกตได้ง่ายที่สุด คือกลิ่นและรสชาติของน้ำที่เปลี่ยนไป เช่น เริ่มมีกลิ่นคลอรีน กลิ่นสนิม หรือมีรสชาติที่แปลกจากเดิม เกิดขึ้นจากไส้กรองไม่สามารถกรองสารปนเปื้อนได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมแล้ว 

อีกหนึ่งสัญญาณที่หลายคนอาจสังเกตได้จากการใช้งาน คือระยะเวลาในการกดน้ำที่นานขึ้นกว่าปกติ จากเดิมที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการกดน้ำหนึ่งแก้ว แต่น้ำกลับเริ่มไหลช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ไม่มีความผิดปกติอื่น ๆ ในตัวเครื่อง นั่นก็อาจเป็นสัญญาณว่าไส้กรองถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้ว 

ไส้กรองควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน 

แต่ละประเภทของไส้กรองมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันไป เช่น ไส้กรอง PP (Polypropylene) หรือไส้กรองหยาบอยู่ที่ 3-6 เดือน ไส้กรองคาร์บอน (Carbon Filter) คือ 6-12 เดือน และ ไส้กรอง RO (Reverse Osmosis) โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก 12-24 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาอาจเปลี่ยนไปตามคุณภาพน้ำและปริมาณการใช้งานของแต่ละบ้าน แต่ปัญหาคือส่วนใหญ่มักไม่ได้จดวันที่เปลี่ยนไส้กรองไว้ และหลายครั้งก็มารู้ตัวอีกทีตอนที่น้ำเริ่มผิดปกติไปแล้ว 

ไม่ต้องคอยจำเอง ถ้าเครื่องช่วยเตือนได้

เครื่องกรองน้ำ Livingcare ทั้ง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Lumos, Opal หรือ Onyx มาพร้อมกับระบบไฟแจ้งเตือนการเปลี่ยนไส้กรองแบบ Real-Time ผ่านหน้าจอแสดงผลบนตัวเครื่อง โดยระบบจะคำนวณทั้งระยะเวลาการใช้งานและปริมาณการใช้น้ำจริง เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนไส้กรองแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ต้องคอยจำวันที่เอง ไม่ต้องเดา และไม่ต้องรอให้น้ำเริ่มมีกลิ่นก่อนถึงจะรู้ 

เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่ดื่มในทุกวันจะยังคงสะอาด และปลอดภัยอย่างเต็มประสิทธิภาพจากการเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะน้ำที่ดูใส อาจไม่ได้สะอาดเสมอไป และสุขภาพก็ไม่ควรถูกฝากไว้กับไส้กรองที่หมดอายุแล้ว 

 

 

สามารถติดต่อ Livingcare Thailand ได้ที่

Line Official : @livingcare

Tel : 06-1154-1953

Facebook : Livingcare Thailand

Instagram : livingcare.th